Maintain & Improve

บริการดูแล   รักษาและปรับปรุงระบบหลังผ่านการรับรอง

 

หมดห่วงเรื่อง ISO  โฟกัสธุรกิจหลักคุณได้อย่างเต็มที่   ให้เราเป็นคู่หูช่วยดูแล  เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรดูแลปรับปรุงระบบ

ให้ตรงตามมาตรฐานแนะนำการแก้ไข  ด้วยที่ปรึกษามืออาชีพ ให้คุณพร้อมผ่านการรับรองอย่างไร้กังวล

 

ที่ปรึกษาจะช่วย :

รักษาให้ระบบเป็นไปตามมาตรฐานอยู่เสมอ :

- แม้ว่าองค์กรจะได้รับการรับรองแล้ว ก็ยังต้องบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง ที่ปรึกษาจะช่วยให้แน่ใจว่าการดำเนินงาน

เป็นไปตามมาตรฐาน ISO อยู่เสมอ

ลดความเสี่ยงในการล้มเหลวในการตรวจสอบ (Surveillance Audit ):

- ISO มีการตรวจสอบจากหน่วยงานรับรองเป็นระยะ  หากพบข้อบกพร่อง องค์กรอาจถูกระงับหรือเพิกถอบใบรับรอง  ที่ปรึกษาจะ

ช่วยเตรียมการตรวจสอบเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด 

ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง

- ระบบ ISO เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  ที่ปรึกษาจะช่วยแนะนำแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดภาระของพนักงานในองค์กร

- การบำรุงรักษาระบบ ISO ต้องใช้เวลาและความรู้เฉพาะทาง  ที่ปรึกษาสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทำให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นไปที่

งานหลักของตนได้

ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

- ที่ปรึกษามักมีความรู้เกี่ยวกับกฏหมายและข้อบังคับใหม่ ๆ ที่อาจส่งผลกระทบองค์กร ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฏระเบียบได้อย่าง

ถูกต้อง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

การบำรุงรักษาระบบ ISO ทำอย่างไร?

การตรวจสอบภายใน: องค์กรควรมีการตรวจสอบภายในระบบ ISO อย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบและตรวจสอบความสอดคล้องกับมาตรฐาน

การฝึกอบรมพนักงาน: พนักงานทุกคนในองค์กรควรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบ ISO เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง

การอัปเดตเอกสาร: เอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบ ISO เช่น คู่มือคุณภาพ ขั้นตอนการทำงาน ควรได้รับการอัปเดตให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

การประชุมทบทวนการจัดการ: องค์กรควรจัดประชุมทบทวนการจัดการระบบ ISO อย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินผลการดำเนินงานของระบบและวางแผนการปรับปรุง

การแก้ไขปัญหา: เมื่อพบปัญหาหรือข้อบกพร่องในระบบ ควรมีการวิเคราะห์หาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที

 

สรุป: การบำรุงรักษาระบบ ISO เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบำรุงรักษา

ระบบ ISO สามารถสอบถามได้เลยครับ

 

 

ขอบเขตการให้บริการ

 ปรับปรุงเอกสารคุณภาพในระบบให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง

 สร้างมาตรฐานการดำเนินงานของแต่ละแผนก

 จัดประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร (MANAGEMENT REVIEW)

 อบรมความรู้ความเข้าใจด้านระบบ ISO 9001:2015

 อบรมคณะกรรมการตรวจติดตามภายในองค์กร (IQA)

 นำทีม ตรวจติดตามคุณภาพภายในบริษัทฯ

 จัดเตรียม และ สรุปผล การตรวจติดตามภายในองค์กร

 กำหนด ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพภายในองค์กร (KPIs)

 ติดตามแผนการดำเนินการ สรุปผล KPIs แต่ละเดือน

 ติดตามผลการตอบกลับ Corrective Action Request (CAR)

 ประสานงานติดต่อหน่วยงานให้การรับรอง (CB-Certify Body)

 รายงาน Document Control Update

 รายงาน Corrective Action Request

 

ข้อดีของการใช้บริการที่ปรึกษาช่วยดูแลบำรุงรักษาระบบ ISO

การมีที่ปรึกษาช่วยดูแลบำรุงรักษาระบบ ISO นั้นเปรียบเสมือนการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและสนับสนุนองค์กรในการรักษามาตรฐานและพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์มากมาย ดังนี้

1. ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง:

เข้าใจมาตรฐานลึกซึ้ง: ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จะเข้าใจรายละเอียดของมาตรฐาน ISO ต่างๆ อย่างถ่องแท้ สามารถนำองค์กรไปสู่การปฏิบัติตามมาตรฐานได้อย่างถูกต้องและครอบคลุม

อัปเดตข้อมูลล่าสุด: ที่ปรึกษาจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดอยู่เสมอ ช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงระบบให้ทันสมัยอยู่เสมอ

ประสบการณ์หลากหลาย: ที่ปรึกษาได้ทำงานกับองค์กรหลากหลายประเภท ทำให้สามารถนำประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้กับองค์กรของคุณได้

 

2. มองเห็นภาพรวมและจุดอ่อน:

วิเคราะห์ระบบอย่างละเอียด: ที่ปรึกษาจะทำการวิเคราะห์ระบบปัจจุบันขององค์กรอย่างละเอียด เพื่อระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และช่องว่างที่ต้องปรับปรุง

ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์: ที่ปรึกษาจะให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ในการปรับปรุงระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร

ป้องกันปัญหา: ที่ปรึกษาสามารถคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า และให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

 

3. ประหยัดเวลาและทรัพยากร:

ลดความผิดพลาด: ที่ปรึกษาจะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการตีความมาตรฐานผิดพลาด หรือการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ที่ปรึกษาจะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียเวลาและทรัพยากร

มุ่งเน้นงานหลัก: พนักงานในองค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่งานหลักของตนเองได้มากขึ้น เนื่องจากมีที่ปรึกษาคอยดูแลเรื่องระบบ ISO

 

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดี:

ยกระดับมาตรฐานองค์กร: การมีที่ปรึกษาจะช่วยยกระดับมาตรฐานขององค์กรให้สูงขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้า

สร้างความประทับใจให้กับผู้ตรวจประเมิน: ที่ปรึกษาจะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมินของหน่วยงานรับรอง ทำให้การตรวจประเมินผ่านไปได้ด้วยดี

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน: องค์กรที่มีระบบ ISO ที่ได้รับการดูแลโดยที่ปรึกษา จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น

 

สรุป: การใช้บริการที่ปรึกษาช่วยดูแลบำรุงรักษาระบบ ISO นั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะจะช่วยให้องค์กรสามารถรักษามาตรฐาน ISOได้อย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้า

 

 เหตุผลที่ควรเลือกใช้ GSMs

1. ค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าสวัสดิการต่างๆอาทิเช่น ค่าประกันสังคม โอที โบนัส หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในออฟฟิศ

2. ที่ปรึกษามีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว เสร็จตรงตามแผนงานที่กำหนด

3. ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา สกิลที่จำเป็นบางอย่างหลายบริษัทคงเจอปัญหาขาดบุคลากรที่เหมาะสมดังนั้นหากต้องส่งพนักงาน

ไปเรียนรู้ตั้งแต่ต้องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก และยังรบกวนเวลางานอื่นๆอีกด้วย

4.ไม่ต้องกังวลเมื่อถึงเวลาการ Audit จากหน่วยงานภายนอก (CB)

5.มีการรายงานผล ประสิทธิภาพของการจัดการอย่างเป็นระบบ

6. สัญญามีความยืดหยุ่น

 

 ตัวอย่าง Action plan Maintain QMS for ISO 9001:2015

 ตลอดระยะเวลา 1 ปี 

หัวข้อ ผลลัพธ์ที่ได้ แผนการดำเนินงาน
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
1.ประเมินความเสี่ยงและโอกาส ระดับบริษัทองค์กรและหน่วยงาน
เอกสารรายงานการประเมินความเสี่ยงและโอกาศประจำปี                        
2.กำหนดทิศทางเป้าหมาย นโยบายและวัตถุประสงค์คุณภาพ
 Vision, Mission, Policy, Objectives, KPIs
                       
3.ประเมินความเสี่ยงและโอกาสของแต่ละหน่วยงาน
เอกสารรายงานการประเมิณความเสี่ยงและโอกาสประจำปี                        
4. สำรวจความเป็นปัจจุบันเอกสาร การจัดการระบบมาตรฐานแต่ละแผนกหน่วยงาน เอกสารมาตรฐาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นปัจจุบัน
                       
5.ติดตาม สรุปผลการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์คุณภาพ
 รายงานวัตถุประสงค์คุณภาพ ในแต่ละไตรมาส
                       
6.ดำเนินกิจกรรม ตรวจติดตามภายใน ( Internal audit )
 รายงานผลการตรวจติดตาม
                       
7.ติดตามการแก้ไขประเด็น ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ISO 9001
 รายงานการดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
                       
8.ประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร
 รายงานการประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร
                       
9.ตรวจรับรองระบบ ISO 9001:2015
รายงานการตรวจรับรองระบบ ISO 9001:2015
                       
10.ดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ไม่สอดคล้องจาก CB audit
รายงานการดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
                       

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 134,012